Archive for the ‘บัตรเครดิตกรุงไทย’ Category

แบงค์ชาติชี้เหตุน้ำท่วมทำให้หนี้บัตรเครดิตค้างชำระเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าไม่เป็นปัญหาในระยะยาว

กุมภาพันธ์ 11, 2012

แบงค์ชาติชี้เหตุน้ำท่วมทำให้หนี้บัตรเครดิตค้างชำระเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าไม่เป็นปัญหาในระยะยาว

นายสมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายความเสี่ยง ธปท. กล่าวว่า สาเหตุที่ตัวเลขหนี้บัตรเครดิตปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงปลายปีที่ผ่านมาต้องถูกจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ เป็นเพราะปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้การส่งเอกสารเรียกเก็บเงินจากธนาคารพาณิชย์มีปัญหาบ้าง ขณะเดียวกันลูกค้าบางรายอาจย้ายที่พักอาศัยเพื่อหนีน้ำท่วม ทำให้การชำระหนี้มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ธปท.เชื่อว่าปัญหานี้จะคลี่คลายลงในไม่ช้า

 

ส่วนปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่ระบุในรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อเดือนมกราคม ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามรายได้และการจ้างงานลดลง หลังเกิดมหาอุทกภัย ส่งผลให้สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิตต้องถูกจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษเพิ่มขึ้น หรือค้างชำระเป็นเวลา 1-3 เดือน อย่างไรก็ตามภาพรวมยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล

ขอขอบคุณข้อมูล:krobkruakao.com   ลงวันที่   11-02-2012   By creditonhand

ธปท.เร่งประเมินหนี้เสียลูกค้านันแบงก์หลังน้ำลด

มกราคม 21, 2012

นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่า ปัญหาน้ำท่วมจะทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียในสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มีรายได้ระดับล่าง ที่มียอดหนี้ต่อรายต่ำ แต่มีจำนวนรายจ่ายมาก ว่า มีผลกระทบหนี้เสียมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะสินเชื่อในส่วนของสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ หรือนันแบงก์ ที่อยู่ในกำกับของ ธปท. ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่นำมาประเมิน ต้องติดสถานการณ์อีกครั้งหลังน้ำลดแล้ว
ทั้งนี้ ยอดหนี้เสีย หรือหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในระบบสถาบันการเงินของไทย ยังไม่สูงมากนัก เพราะสถาบันการเงินส่วนใหญ่ โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ มีมาตรการผ่อนผันเงื่อนไขการชำระหนี้ให้ลูกค้า ทำให้ยอด NPL ในระบบยังไม่เพิ่มขึ้น โดยหากดูจากข้อมูลล่าสุดที่ ธปท. ประกาศในเดือนกันยายนปีนี้ พบว่า NPL ก่อนหักกันสำรอง (Gress NPL) มีจำนวน 2.61 แสนล้านบาท หรือ 3.07 % ของสินเชื่อทั้งระบบ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือน มิ.ย. ในปีนี้ ที่มี 2.76 แสนล้านบาท หรือ 3.26 % ของสินเชื่อทั้งระบบ
อย่างไรก็ตาม NPL สุทธิหลักหักกันสำรอง (NET NPL) เดือนกันยายน ปีนี้ อยู่ที่ระดับ 1.36 แสนล้านบาท หรือ 1.63 % ของสินเชื่อรวม ลดลงจากเดือนมิถุนายน ปีนี้ ที่เคยอยู่ที่ระดับ 1.53 แสนล้านบาท หรือ 1.83 % ของสินเชื่อรวม

บัตรเครดิตคืออะไร

มกราคม 21, 2012

บัตรเครดิตเป็นบัตรที่ธนาคารพาณิชย์หรือผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-bank) ออกให้แก่ผู้ถือบัตร เพื่อ – ใช้แทนเงินสดในการชำระค่าสินค้าและบริการ เป็นการอำนวยความสะดวกในการซื้อสินค้าและบริการให้แก่ผู้ถือบัตรโดยลดการพกพาเงินสดจำนวนมาก ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายหรือถูกโจรกรรม – ใช้ถอนเงินสดจากเครื่อง ATM มาใช้ล่วงหน้า ผู้ถือบัตรสามารถเบิกเงินสดจากตู้ ATM มาใช้ก่อนล่วงหน้าได้ แต่มีข้อควรระวังในการใช้บริการ คือ คุณจะต้องจ่ายดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในการเบิกใช้เงินสดในอัตราที่ค่อนข้างสูง ประโยชน์อื่น ๆ ของการใช้บัตรเครดิต เมื่อเทียบกับการใช้เงินสดยังมีอีก เช่น – ได้ร ับสินค้าก่อน และชำระเงินภายหลัง แต่ต้องชำระเต็มจำนวน และตรงกับวันที่กำหนดไว้ในใบแจ้งยอดรายการบัตรเครดิตไม่เช่นนั้น จะมีภาระ ในการจ่ายดอกเบี้ยและค่าบริการต่าง ๆ ให้แก่ผู้ออกบัตร – ได้รับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น ส่วนลดจากร้านค้า หรือ การสะสมคะแนนเพื่อแลกรางวัล เป็นต้น ขอขอบคุณข้อมูล :bot.or.th/Thai/FinancialLiteracy/creditcard/Pages/creditcard.aspx ลงวันที่ 21-01-2012 By creditonhand

ธนาคารกสิกรไทยปรับโครงสร้างองค์กร

มกราคม 18, 2012

ธนาคารกสิกรไทยปรับโครงสร้างองค์กร โดยได้ประกาศแต่งตั้ง 8 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการรุ่นใหม่ เพื่อรองรับการแข่งขันทางธุรกิจ ได้แก่ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ดูแลฝ่ายบริการจัดการด้านการเงิน ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อบรรษัท ฝ่ายบริการธุรกิจหลักทรัพย์ ฝ่ายวิเทศพาณิชย์ และฝ่ายพัฒนาธุรกิจต่างประเทศ นายพงศ์พิเชษฐ์ นานานุกูล ดูแลฝ่ายบริหารสัดส่วนธุรกิจบรรษัท นายกฤษณ์ จิตต์แจ้ง ดูแลฝ่ายบริหารความเสี่ยงองค์การ นางสิริลักษณ์ รัตนไชย ดูแลฝ่ายวางแผนการเงิน

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร ดูแลฝ่ายบริหารช่องทางบริการและการขาย ฝ่ายส่งเสริมเครือข่ายการบริการและการขาย และฝ่ายวางแผนการเงินส่วนบุคคล นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ดูแลฝ่ายบริหารการขายธุรกิจลูกค้าบุคคล และฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาดสินเชื่อผู้บริโภค นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ดูแลฝ่ายบรรษัทธนกิจ รับผิดชอบกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และนายพิพิธ อเนกนิธิ ดูแลฝ่ายธุรกิจลูกค้าบุคคล

ประวัติ 8 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ปัจจุบันอายุ 36 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท Master of Business Administration, Finance, Case Wastern Reserve University, สหรัฐอเมริกา

นายพงษ์พิเชษฐ์ นานานุกูล ปัจจุบันอายุ 40 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์

นายกฤษณ์ จิตต์แจ้ง ปัจจุบันอายุ 37 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท Master of Business Administration, Sloan School of Management, Massachusetts Institute of Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา

นางสิริลักษณ์ รัตนไชย ปัจจุบันอายุ 41 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท Master of Business Administration (Finance) จาก University of Chicago ประเทศสหรัฐอเมริกา

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร ปัจจุบันอายุ 36 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท Master of Business Administration in Financial Engineering, Sloan School of Management, Massachusetts Institute of Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ปัจจุบันอายุ 48 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ปัจจุบันอายุ 42 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ และประกาศนียบัตร Chartered Financial Analyst (CFA) Institute, ประเทศสหรัฐอเมริกา

นายพิพิธ อเนกนิธิ ปัจจุบันอายุ 41 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยไบรท์ตัน ประเทศอังกฤษ และคณะบริหารธุรกิจ Fachhochschule Pforzheim ประเทศเยอรมนี

ขอขอบคุณข้อมูล : newswit.com/fin/2008-01-10/0658-f6d8c9e27239194dfb0fb7fc0ba/ ลงวันที่ 10-01-2012 by creditonhand

ข้อรู้บัตรเครดิต

กุมภาพันธ์ 2, 2011

ข้อน่ารู้ของบัตรเครดิต

ในการดำรงชีวิตปัจจุบันบัตรเครดิตกรุงไทยถือว่ามีความจำเป็นในด้านการเงิน เพราะให้ความสะดวกในการพกพา เราไม่ต้องมีเงินสดติดตัวมากๆ มีบัตรเครดิตเพียงใบเดียวก็สามารถจับจ่ายใช้สอยได้สะดวก ยิ่งกว่านั้นเวลาไปต่างประเทศก็ไม่ต้องเสียเวลาไปแลกเงิน เพราะนอกจากจะต้องค่าคอมมิชชั่นในการแลกเปลี่ยนเงินแล้ว หากกลับมาถึงบ้านเงินที่แลกไปใช้ไม่หมดก็ต้องมาแลกกลับเป็นเงินบาทก็เสียค่า คอมมิชชั่นอีกต่อหนึ่ง ปัจจุบันนี้คุณสามารถเซ็นบัตรเครดิตได้ไม่เกินวงเงินที่ผู้ออกบัตรกำหนดให้ อย่างไรก็ตาม การใช้บัตรเครดิตมีข้อพึงระวังดังต่อไปนี้

1. บัตรเครดิตควรใช้เฉพาะยามจำเป็น เพราะถ้าเราไปเบิกเงินหรือเซ็นซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ มากๆ ก็หมายความว่าเราเป็นหนี้มากซึ่งเมื่อครบเดือนก็จะต้องจ่ายคืนมาก ถ้าไม่จ่ายคืนให้หมดก็จะถูกเก็บดอกเบี้ยสูงถึง 18.5% ต่อปี บัตรเครดิตบางชนิดที่ออกโดยบริษัทที่ไม่ใช่ธนาคาร (คือบัตรเครดิตของ Non Bank) ก็อาจมีการหมกเม็ดเก็บค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยรวมกันปีหนึ่งสูงถึง 54% ดังนั้น การใช้บัตรเครดิตก็เพื่อความสะดวกในการซื้อ แต่ไม่ใช่เป็นบัตรที่จะสร้างหนี้ให้เราจำนวนมาก

2. ผมมีบัตรเครดิต จากแบงก์กรุงเทพแล้วผมเปิดบัญชีสะสมไว้ พอสิ้นเดือนก็ให้เขาตัดเงินจากบัญชีไปเลย ทำให้แต่ละเดือนแม้ผมจะเซ็นการ์ดไปบ้างก็ไม่เคยต้องจ่ายดอกเบี้ย จึงมีความสะดวกและประหยัด ผมไม่ชอบจ่ายดอกเบี้ยหรือเป็นหนี้ใคร

3. คน เราควรมีบัตรเครดิตเพียงใบเดียว ถ้าจำเป็นมากๆ ก็มีไม่เกิน 2 ใบ การมีบัตรหลายใบทำให้ใช้เงินเติบเปลืองค่าใช้จ่ายและเป็นหนี้มาก ไม่ควรเซ็นบัตรใบหนึ่งเพื่อไปจ่ายหนี้บัตรอีกใบหนึ่ง

4. ควรเลือกบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารเพราะเราเสียดอกเบี้ยถูกกว่าบัตรที่ออกโดย Non Bank อาจคิดดอกเบี้ยแพงมากถึง 50% ต่อปี

5. หาก ลูกๆ ของคุณจะขอบัตรเสริมก็ให้เฉพาะคนที่โตมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และจำกัดวงเงินไว้ เช่น 50,000 บาท อย่าให้มาก เมื่อลูกจบการศึกษาและทำงานมีรายได้เป็นของตัวเองแล้ว ก็ควรยกเลิกบัตรเสริมนั้น โดยให้ลูกไปขอบัตรเครดิตของตนเอง ดังนี้จะช่วยสอนให้ลูกมีวินัยทางการเงิน รู้จักคุณค่าและวิธีประหยัดรายจ่าย

6. คุณต้องระลึกว่าหากเป็นหนี้ บัตรเครดิตกรุงไทยมากและไม่จ่ายตามกำหนด นอกจากจะถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยแพงแล้ว ชื่ออาจเข้าไปอยู่ในบัญชีดำของศูนย์ข้อมูลเครดิต (Credit Bureau) ซึ่งทำให้คุณขอสินเชื่อหรือกู้ยืนเงินสำหรับกิจการอื่นๆ ยาก เช่น ขอกู้เงินซื้อบ้านหรือจัดหาทุนไปใช้ในการทำธุรกิจ การเงินของคุณจะติดขัดไปทั้งระบบ

7. พ่อแม่ต้องสอนลูกให้ขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์สุจริต และมัธยัสถ์ รู้จักว่าอะไรควรจ่ายอะไรไม่ควรจ่าย สำหรับลูกที่ทำงานมีรายได้ของตัวเองแล้ว จำเป็นจะต้องมีเงินออมเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน และในยามตกยาก คนเราไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร จึงควรระมัดระวังในเรื่องการเงิน ยิ่งไปกว่านั้น พ่อแม่จะต้องสอนให้ลูกหมั่นหาความรู้เพิ่มเติมเป็นประจำ ต้องเก่งภาษาอังกฤษ สมัยนี้โลกเราพัฒนาไปเร็วมาก ในแต่ละปีมีบัณฑิตจบใหม่นับแสนคน ดังนั้น คนรุ่นหลังจะเข้ามาแข่งขันทำให้คนรุ่นก่อนหาเงินยากยิ่งขึ้น ถ้าไม่หมั่นหาความรู้เพิ่มเติมแล้วสู้เด็กรุ่นหลังไม่ได้ การสอนให้ลูกทำงานตั้งแต่เล็กๆ เป็นการเสริมความรู้ สร้างวินัย ทำให้ลูกตระหนักต่อหน้าที่ ลูกควรช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ก่อนก็ได้ และเมื่อโตแล้วจึงให้ทำงานที่ใช้ฝีมือมากขึ้น รวมทั้งส่งไปฝึกงานกับผู้อื่น เพื่อให้รู้ว่าการเป็นลูกจ้างลำบากไหม โลกที่แท้จริงเป็นอย่างไร